กลเม็ดแยกไพ่อย่างเซียนแบล็คแจ็ค

แบล็คแจ็คเป็น 1 ในเกมที่มีให้เล่นอย่างแพร่หลายใน Casino Online Thai ด้วยรูปแบบที่เรียบง่ายและกติกาในการเล่นที่มีแค่เอาชนะเจ้ามือให้ได้ด้วยการมีแต้มรวมบนไพ่ให้เหนือกว่าเจ้ามือแต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 21 แต้ม โดยการนับแต้มบนไพ่จะมีหลักการดังนี้ ไพ่ตัวเลขตั้งแต่ 2 – 10 มีแต้มตามเลขที่ปรากฏ ส่วน แจ็ค แหม่ม คิง (J Q K) มีค่าเท่ากับ 10 แต้ม ในขณะที่เอซ (A) มีค่า 1 หรือ 11 จุดนี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องจำให้มั่นว่าดอกไพ่จะไม่เอามาใช้ในการนับแต้มเกมนี้หากคุณยังอยากที่จะสนุกไปกับเกม

เช่นเดียวกับหลายๆ ประเทศ มีศัพท์ในวงการที่คุณจำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนเข้ามาเดิมพันในประเทศไทย โดยมากแล้วคำศัพท์เหล่านี้จะไม่อิงถึงกฎของเกมโดยตรงแต่จะเป็นการบอกบ้ถึงลักษณะการเล่นเสียมากกว่า

ในการเริ่มต้นเราจะมาว่ากันด้วยคำศัพท์ที่เป็นหัวใจสำคัญของเกมก่อน อย่างแรกคือชื่อของเกม แบล็คแจ็ค หมายถึงไพ่ A และไพ่ที่มี 10 แต้ม อยู่ด้วยกันและรวมกันเป็น 21 แต้ม ลำดับต่อมาคือคำว่า Hole หรือ ปิดไพ่ ในบรรดาคาสิโนออนไลน์ชื่อดังของไทย คำคำนี้หมายถึงไพ่ใบหนึ่งของเจ้ามือจะคว่ำหน้าลงเสมอ แต่ทาง Casino Online Thai ยังเอามาใช้ในรูปแบบอื่นด้วย คำว่า Hit หรือ จั่ว คือการหยิบไพ่ใบใหม่เพิ่ม คำว่า Stand หรือ ยืน เป็นอีก 1 คำที่ใช้ในวงแบล็คแจ็ค ในบริบทของตัวเกมหมายถึงคุณจะไม่สามารถจั่วไพ่เพิ่มได้อีก คำสุดท้ายที่ใช้ในเกมแบล็คแจ็คในไทยคือคำว่า Bust หรือ เน่า หมายถึงไพ่มีแต้มรวมเกิน 21 แต้ม

ในแทบจะทุกๆ รูปแบบของการเล่นแบล็คแจ็ค ทันทีที่คุณมีไพ่เหมือนกัน 2 ใบ คุณสามารถเลือกที่จะแยกไพ่ออกเพื่อตั้งใหม่เป็นอีกกองได้ ซึ่งจะทำให้คุณมีไพ่เพิ่มมาอีก 2 ใบ ให้กับแต่ละกองนั่นทำให้คุณมีเดิมพันพิ่มเป็น 2 เท่า นี่หมายถึงโอกาสสูงขึ้นที่คุณจะล้มเจ้ามือหรือในอีกมุมหนึ่งคือเพิ่มโอกาสให้คุณหมดกระเป๋า

ทักษะที่สำคัญในเกมจึงเป็นการตัดสินใจว่า เมื่อใดจึงควรแยกไพ่ ผู้เล่นมือเทวดาจึงหมายถึงคนที่กล้าได้กล้าเสียในการเลือกตัดสินใจแยกไพ่นี้ ข้อดีสำหรับคุณที่แม้จะเพิ่งเริ่มเกมคือ การที่มีไพ่อย่างน้อย 10 แต้ม ให้เลือกจากกองใดกองหนึ่งในมือ แปลว่ามันเป็นเรื่องง่ายที่จะจำ 10 แต้มนี้ทุกใบและยึดกลยุทธ์ของคุณได้ ที่ดียิ่งกว่านั้นคือมีวิธีอันชาญฉลาดมากมายในการใช้แยกไพ่ โดยคาสิโนออนไลน์ต่างๆ ก็มีเทคนิคข้อแนะนำในด้านกลยุทธ์ที่แตกต่างกันไป แต่ที่ใช้กันเป็นกลยุทธ์สามัญประจำวงไพ่ก็คือ

เมื่อไหร่ที่เราควรจะแยกไพ่

แยกคู่เอซ (A) เสมอ

ในเคสทั่วไปเวลาที่เล่นแบล็คแจ็ค มันเป็นธรรมเนียมที่จะแยกไพ่โดยไม่ต้องใส่ใจว่าเจ้ามือถืออะไรอยู่ อย่างไรก็ดี หากว่าคุณได้เอซ (A) 2 ใบ การแยกไพ่จะเป็นข้อแนะนำที่ใช้งานได้เสมอ เพราะมันสามารถเพิ่มความได้เปรียบในแบบที่มือขึ้นสุดๆ ผลของการมือขึ้นที่ว่ามีตั้งแต่ทำให้คุณเริ่มต้นที่ 12 แต้ม ที่จะทำให้คุณได้เปรียบอย่างมากเพราะคุณต้องการอีกแค่ 9 แต้มเท่านั้นในการทะลุเป้า ป๊อก 21ในขณะที่ไพ่ 10 หรือแจ็ค แหม่ม คิง (J Q K) จะทำให้เอซ (A) ของคุณมี่ค่าเท่ากับ 1 และทำให้ผลลัพธ์กลับไปเป็น 12 การพลิกแพลงเทคนิคแยกไพ่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้คุณได้ป๊อก 21 ทั้ง 2 กองจากการได้ 10 หรือ J Q K ได้ถึง 4 เท่า

แยกคู่ 8 เสมอ

นอกจากเอซ (A) แล้ว เซียนแบล็คแจ็คยังแนะนำให้แยก 8 เมื่อใดก็ตามที่คุณได้คู่ 8 เนื่องจากมันไม่ง่ายเลยที่จะพลิกมือให้เป็นต่อเวลาถือคู่ 8 เอาไว้ หากอยู่ด้วยกันมันไม่ใช่ไพ่ที่ดีที่สุด แต่ถ้าแยกกันเมื่อไหร่คุณจะได้โอกาสในการมองเกมด้วยมุมมองทางคณิตศาสตร์ หากคุณเลือกที่จะไปต่อด้วยคู่ 8 ในมือ คุณจะมีแต้ม 16 ซึ่งไม่ใช่แต้มที่ดีนัก นั่นก็เพราะหากคุณจั่วคุณมีโอกาสถึง 60% ที่จะเน่า หากคุณจั่วได้ไพ่มากกว่า 5 ในทางกลับกัน หากคุณแยกไพ่ออกมาเป็นไปได้ว่าโอกาสที่คุณจะเน่าก็จะเหลือแค่กองเดียวทำให้โอกาสเสี่ยงของคุณต่ำลงด้วย

แยกคู่เอซ (A) และคู่ 8 ซ้ำทุกครั้ง หากกองที่ 2 คุณยังได้ไพ่คู่มาอีก

ในกรณีที่คุณแยกไพ่ในมือแล้วดันมาจ๊ะเอ๋กับคู่ 8 หรือ เอซ (A) อีก ขอให้จำไว้เสมอว่าให้แยกไพ่ออกมาเป็นกองใหม่ คุณควรรู้ไว้ว่าวิธีนี้จะช่วยเพิ่มเดิมพันของคุณให้เป็น 3 เท่าเพราะการแยกมาแล้วครั้งหนึ่งทำให้ไพ่เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ในขณะที่กติกาของเกมอาจมีปรับเปลี่ยนไม่มากหรือน้อยไปกว่านี้ ซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละคาสิโน ตัวอย่างที่ดีคือ Casino Online Thai ที่มีกฎระบุไว้ชัดเจนว่าคุณสามารถแยกไพ่ได้ 3 ครั้ง ทำให้คุณสามารถถือไพ่ได้ทั้งหมด 4 กอง

เมื่อไหร่ที่คุณไม่ควรแยกไพ่

ห้ามแยกคู่ 10

ความผิดพลาดทั่วไปสำหรับมือใหม่คือการแยกคู่ 10 เทคนิคนี้โดยปกติแล้วคือการสังเวยไพ่ดีในมือเพื่อหาโอกาสที่ยิ่งใหญ่กว่า เมื่อเล่นได้คู่ 10 แปลว่าแต้มรวม ณ ตอนนั้นคือ 20 ซึ่งถือว่าเราเป็นมือต่อแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณแยกไพ่ออกจากกัน จะมีแค่เอซ (A) เท่านั้นที่จะช่วยเพิ่มคะแนนให้เป็นต่อได้ทำให้สถานการณ์นี้พลิกกลับและคุณต้องตกเป็นรอง ไพ่อะไรก็ตามที่ต่ำกว่านั้นอาจทำให้คุณแค่ได้แต้มเท่าเดิม หรืออาจลดแต้มยิ่งกว่าเก่า เซียนสับไพ่แนะนำว่าการแยกคู่ 10 จะทำได้ในสถานการณ์พิเศษ อย่างเช่นเมื่อคุณมั่นใจว่าในกองกลางที่เหลือมี 10 เหลืออยู่หลายใบและเจ้ามือกำลังหงายไพ่ 6 หรือ 5 ซึ่งบอกให้รู้ว่าเขากำลังเสียเปรียบเราเท่านั้น

ห้ามแยกคู่ 4

นี่เป็นเพราะการแยกคู่ 4 มีแต่จะเพิ่มกองที่เสียเปรียบเข้ามา นี่เป็นตัวเลือกที่ไร้สติอย่างมาก จำไว้ว่าคุณต้องการที่จะเพิ่มเดิมพันเป็น 2 เท่า ดังนั้นการแยกคู่ 4 จึงเป็นการทำให้สูญเงินโดยเปล่าประโยชน์และเป็นการชี้โพรงให้เจ้ามือว่าคุณคือไก่ที่กำลังรอให้เขาเชือด

ห้ามแยกคู่ 5

เวลาที่คุณได้คู่ 5 ในมือ คุณควรจะมองเห็นมันเป็นชุด 10 แต้ม มากกว่าจะมองว่านี่คือคู่ 5 คำแนะนำคือให้จั่วต่อแทนที่จะแยกเป็นไพ่ขยะ 2 กอง มันเลวร้ายยิ่งกว่าแยกคู่ 4 เสียอีก เพราะสิ่งนี้จะทำให้คุณเสียโอกาสได้เปรียบในมือต้นเกมจากการแยกไพ่ออกเป็นไพ่ขยะ 2 กอง

บางครั้งการแยกไพ่ก็เป็นไอเดียที่ดี

แยกคู่ 2, 3 หรือ 7 หากเจ้ามือหงาย 7 หรือสูงกว่า

ความเหมาะสมของเทคนิคนี้จะขึ้นอยู่กับไพ่ในมือเจ้ามือล้วนๆ เพราะเขาจะต้องหงายโชว์ ไม่ว่าคุณจะแยกไพ่ได้หรือไม่ ไพ่เหล่านี้ควรแยกเมื่อเจ้ามือมีแต้มต่ำกว่าเท่านั้น เมื่อเจ้ามือมี 8 ในมือ การแยกไพ่จะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าจั่วแม้ว่า 8 จะเป็นแต้มที่สูงกว่า บางเทคนิคออนไลน์แนะนำให้แยกคู่ 2 หรือ 3 แต่ห้ามยุ่งกับคู่ 7 หากเจ้ามือมี 8

แยกคู่ 6 เมื่อเจ้ามือหงาย 2 – 6

เป็นคำแนะนำจากคาสิโนออนไลน์ที่มีความสมเหตุสมผล เมื่อเจ้ามือมี 7 หรือสูงกว่า ให้จั่ว โดยหลักคณิตศาสตร์เทคนิคการแยกคู่ 6 เป็นเหมือนการทิ้งจุดอ่อนออกไปพร้อมๆ กับเสริมโอกาสชนะให้คุณหากคุณจั่วในยามที่เจ้ามือกำลังมือขึ้น

แยก 9 ชน 2 – 6 8 และ 9

เมื่อเจ้ามือมี 7, 10 หรือ เอซ (A) แนะนำว่าอย่าจั่ว แต่จงเลือกที่จะยืน เพราะการพยายามจั่วทั้งที่มี 18 แต้มในมือ คือการฆ่าตัวตาย เพราะอะไรก็ตามที่มากกว่า 2 หรือ 3 จะทำให้คุณเน่าได้ทันที